วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558

อาการปวดหลัง และร้าวลงไปที่ขาจนทำให้ปวดขา พบบ่อยที่สุด ในกลุ่มวัยทำงาน


ปวดหลัง...ร้าวลงขา

 

 
อาการปวดหลัง และร้าวลงไปที่ขาจนทำให้ปวดขา เป็นหนึ่งในอาการนำที่ทำให้ผู้ป่วยต้องมาพบแพทย์บ่อยที่สุด พบได้ในทุกช่วงอายุ แต่พบมากที่สุดในช่วงวัยทำงาน และเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องหยุดพักงานมากที่สุดสาเหตุหนึ่ง ว่ากันว่าคนเราทุกคนต้องเคยมีอาการปวดหลังอย่างน้อย ซักครั้งในชีวิต บ่อยครั้งที่อาการปวดหลังเกิดขึ้นร่วมกับอาการปวดร้าวลงขาและปวดขา ซึ่งมักก่อให้เกิดความกังวลใจและความเข้าใจผิดของผู้ป่วยได้ การทราบถึงสาเหตุ การป้องกัน และ การรักษาเบื้องต้น จึงมีความสำคัญ


สาเหตุของอาการปวดหลังร้าวลงขาที่พบได้บ่อย ได้แก่
       • กล้ามเนื้ออักเสบ เมื่อกล้ามเนื้อ หลังส่วนล่างได้รับการบาด เจ็บจากการใช้งานหรือ อุบัติเหตุ ที่ให้กล้ามเนื้อ เกิด การหดเกร็ง ตัวอย่างรุนแรง บางครั้งอาจทำให้มีอาการปวดตึงร้าวลงไปที่สะโพก และปวดขาได้ แต่มักไม่มีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย

       • หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท พบบ่อยที่สุด ในกลุ่มวัยทำงาน เกิดจากการฉีกขาดของเปลือกหมอนรองกระดูก ทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง และหากส่วนเนื้อด้านในปลิ้นออก มากดทับเส้นประสาทซึ่งอยู่ด้านหลังหมอนรองกระดูก ก็จะทำให้มี อาการปวดขา โดยปวดร้าวลงขาร่วมด้วย
      • กระดูกสันหลังเสื่อมพบในผู้สูงอายุ เกิดจากความเสื่อมตามวัย ของข้อต่อกระดูกสันหลัง ทำให้มีกระดูกงอกหรือเคลื่อนมาทับเส้นประสาท


สาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาท เช่น การติดเชื้อ บริเวณกระดูกสันหลัง, เนื้องอก, กระดูกสันหลังแตกหัก เป็นต้น

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของหมอนรองกระดูกสันหลัง อันนำมาสู่การกดทับเส้นประสาท

     • ความเสื่อมตามอายุและการใช้งาน เช่นการนั่งหลังงอเป็นระยะ เวลานานๆ โดยไมเปลี่ยนท่า ทำให้กล้ามเนื้อล้าและเกิดแรงกดที่ หมอนรองกระดูกมากขึ้น, การขับรถหรือเครื่องจักรหลายชั่วโมง ต่อวันเป็นประจำ แรงสั่นสะเทือนจะเร่งให้เกิดการแตกของเปลือก หมอนรองกระดูก
     • น้ำหนักตัว และการยกของหนัก รวมถึงการยกของผิดท่า เช่น ก้มโค้งยกของโดยไม่ย่อขา กระดูกสันหลังจะรับน้ำหนักมากขึ้น หลายเท่า และการบิดเอี้ยวตัวขณะยกของ แรงบิดจะทำให้เปลือก หมอนรองกระดูกเกิดการฉีกขาดได้
     • โรคประจำตัวบางอย่าง และการสูบบุหรี่ จะทำให้หลอดเลือด ที่ไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกตีบแคบลง และบุหรี่ยังมีสารที่กระตุ้นให้เส้นประสาทรับความเจ็บปวดได้มากขึ้นกว่าปกติอีกด้วย
     • การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ ทำให้ไม่สามารถช่วยพยุงกระดูก สันหลังได้ การออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยมุ่งเน้นที่การเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องและหลังส่วนล่าง (Core Stabilize Exercise) เป็นหลัก
  

คำอธิบาย: http://www.vejthani.com/uploads/userfiles/images/article/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B2c.jpg





ผู้ป่วยมักจะมีอาการ
ปวดหลังบริเวณเอว
ร้าวลงมาบริเวณสะโพกและร้าวลงขาจนปวดขาข้างเดียวหรือปวดขาทั้งสองข้างก็ได้ 
  
อาการ
ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดหลัง บริเวณเอวร้าวลงมาบริเวณสะโพก และร้าวลงขาข้างเดียวหรือทั้งสอง ข้างก็ได้ โดยลักษณะอาการปวดมักจะเป็นอาการปวดอยู่ข้างใน ไม่มีจุดที่กดเจ็บชัดเจน อาจมีอาการชา ขาและอ่อนแรงร่วมด้วย ระยะแรก อาการมักจะสัมพันธ์กับท่าทางและ การใช้งาน เช่น ปวดเฉพาะเมื่อนั่ง นาน ยืนนาน ขับรถนาน พอได้ นอนพักอาการก็จะดีขึ้น เมื่อมีการ กดทับมากขึ้น อาการปวดอาจเพิ่ม มากขึ้นจนปวดตลอดเวลาและไม่ สามารถเหยียดขาให้ตรงได้

อาการอันตรายที่สมควรมาพบแพทย์อย่างเร่งด่วน ได้แก่ อาการปวดรุนแรงมากตอนกลางคืน, มีอาการชาและอ่อนแรงชัดเจน กระดูกข้อ เท้าไม่ได้ สังเกตได้ว่าขาลีบเล็กลง,อาการเบื่อ อาหาร และน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจพบได้ในการติดเชื้อวัณโรคและมะเร็งกระดูก หากควบคุมการขับถ่ายไม่ได้หรือปัสสาวะไม่ออก อาจแสดงถึงการกดทับไขสันหลังส่วนปลายซึ่งจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเร่งด่วน เป็นต้น
เมื่อมาพบแพทย์ ส่วนใหญ่จะสามารถให้การวินิจฉัยได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นหลัก อาจมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการวินิจฉัย เช่น การถ่ายภาพรังสี (X-ray) ซึ่งจะเห็นเฉพาะกระดูกเท่านั้น ไม่เห็นหมอนรองกระดูกและเส้นประสาท บางกรณีจึงอาจต้องเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan ) หรือเอ๊กซเรย์แม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) จึงจะเห็นความผิดปกติ

การรักษาอาการปวดหลังร้าวลงขาจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนั้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหายปวดได้โดยที่ไม่จำเป็นเป็นต้องได้รับการผ่าตัดการรักษามักเริ่มด้วยการนอนพักช่วงสั้นๆ ไม่เกิน 2-3 วัน  หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดอาการปวด,และการรับประทานยาแก้ปวด ยาลดอักเสบ ยาลดอาการปวดเส้นประสาท, การใส่อุปกรณ์ช่วยพยุงหลัง, และอาจร่วมกับการทำกายภาพบำบัด โดยใช้เครื่องมือที่โรงพยาบาล เช่น การดึงหลัง การใช้เครื่องไฟฟ้าหรืออัลตร้าซาวด์ และการฝังเข็ม เป็นต้น

หากอาการยังไม่ดีขึ้นก็ยังมีการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การฉีดยา ลดอาการอักเสบประเภทสเตียรอยด์เข้าที่เส้นประสาทหรือโพรง ประสาทสันหลัง (Selective Nerve Root Block/Epidural Steroid Injection), การสอดสายเข้าทางก้นกบเพื่อเลาะผังผืด และฉีดยารอบเส้นประสาทได้หลายเส้นพร้อมกัน (Percutaneous Epidural Neurolysis; PEN), การสอดอุปกรณ์ไปที่เส้นประสาทหลังแล้วปล่อยคลื่นความถี่สูงเพื่อระงับความปวด (Medial Branch Rhizotomy) หรือสอดเข้าหมอนรองกระดูกสันหลังแล้วปล่อยคลื่นความร้อนเพื่อทำให้เนื้อหมอนรองเกิดการหดตัว (Nucleoplasty)

การผ่าตัดนี้ถือเป็นทางเลือกสุดท้ายในกรณีที่การรักษาด้วยวิธิอื่นๆ ไม่ได้ผลหรือมีอาการรุนแรงมาก การผ่าตัดจะเป็นการตัดชิ้นส่วนของหมอนรองกระดูกสันหลังที่โป่งยื่นออกมากดทับเส้นประสาทเท่านั้น โดยการผ่าตัดมีหลายวิธี ตั้งแต่การผ่าตัดแบบเปิดแผลตามปกติ, การผ่าตัดแบบแผลเล็กโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ช่วย, หรือการผ่าตัดแบบส่องกล้องโดยไม่จำเป็นต้องวางยาสลบ ทั้งนี้ขึ้นกับลักษณะอาการของผู้ป่วยและความชำนาญของแพทย์ในการเลือกวิธีรักษา

No comments

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Popular Posts

Recent Posts

Auto Backlinks

Text Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ขับเคลื่อนโดย Blogger.