แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศูนย์กระดูกและข้อ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศูนย์กระดูกและข้อ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ศูนย์กระดูกและข้อ เตือนสาวนักดื่ม ระวังข้อสะโพกเสื่อมเร็วกว่าวัย

แพทย์เตือนสาวนักดื่ม ระวังข้อสะโพกเสื่อม


ข้อสะโพก ถือเป็นอวัยวะสำคัญส่วนหนึ่งในร่างกายของคนเรา ใช้ในการเคลื่อนไหว แบกรับน้ำหนักตัว การใช้งานเป็นเวลานาน และไม่ดูแล จึงมีโอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บ และความเสี่อมสึกหรอได้ เช่นเดียวกับข้ออื่นๆในร่างกาย ซึ่งหากเป็นผู้ที่มีอาการของโรคกระดูกข้อสะโพกเสื่อมแล้ว จะเกิดอาการเจ็บปวดทรมาน เคลื่อนไหวร่างกายลำบาก ซึ่งการเกิดโรคกระดูกข้อสะโพกเสื่อมนั้น ไม่เพียงที่จะเกิดได้แค่กับผู้สูงอายุเท่านั้น วัยหนุ่มสาวหากดูแลตัวเองไม่ดี อาจจะเป็นโรคกระดูกข้อสะโพกเสื่อมก่อนวัยได้

         นพ. วิโรจน์ ลาภไพบูลย์พงศ์ ศัลยแพทย์เชี่ยวชาญศูนย์กระดูกและข้อ - การผ่าตัดข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายถึงอาการปวดสะโพกเรื้อรังในคนไทยว่า อาการข้อสะโพกอักเสบเรื้อรังมาจากหลายสาเหตุ เช่น อาการข้ออักเสบจากรูมาตอยด์ ข้อสะโพกขาดเลือด เนื่องจากการดื่มเหล้าเป็นเวลานาน โรคกระดูกเสื่อมก่อนวัยจากการพัฒนาการผิดปกติ อย่างไรก็ตามในคนไทยสาเหตุที่พบส่วนใหญ่จะเกิดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ซึ่งโรคกระดูกเสื่อมสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย

        “การเกิดโรคกระดูกข้อสะโพกเสื่อม บางคนอาจเป็นมาตั้งแต่กำเนิด หรือพัฒนาการผิดปกติ เช่น เบ้าสะโพกชันผิดปกติ จะมีปัญหาสะโพกเสื่อมก่อนเวลาเช่น ในวัย 40-50 ปี หรือผู้ที่ข้อสะโพกติดเชื้อตั้งแต่เด็กก็เกิดข้อสะโพกเสื่อมในอายุน้อยได้ นอกจากนี้ ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งในผู้ชายพบบ่อย คือเป็นข้อสะโพกเสื่อมร่วมกับอาการกระดูกสันหลังแข็ง ที่เรียกว่าโรค Ankylosing Spondylitis หรือ AS  ซึ่งจะเกิดอาการปวดข้อสะโพกในอายุที่น้อยมาก ประมาณว่า 20-30 ปี  ส่วนผู้ชายไทยทั่วไป จะเริ่มพบข้อสะโพกขาดเลือดบ่อยขึ้น จากการดื่มเหล้า”

วิธีการรักษา
นพ.วิโรจน์ กล่าวว่า หากผู้ป่วยมีอาการปวดข้อสะโพก ซึ่งจะมีอาการบริเวณขาหนีบ อาจจะปวดร้าวลงมาหน้าตัก ในขั้นแรกแพทย์จะแนะนำให้ทานยาแก้ปวดก่อน พร้อมๆกับลดการใช้ข้อสะโพก เช่น หลีกเลี่ยงการยกของหนัก วิ่ง กระโดด ลดระดับการออกกำลังกาย ว่ายน้ำจะเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุด การขึ้นลงบันไดบ่อยๆ การนั่งยองๆ อาจจะทำให้อาการแย่ลง หากไม่ดีขึ้นจะประคับประคองต่อ โดยการทานยาแก้ปวดแก้อักเสบตามอาการที่เป็น ซึ่งจะบรรเทาอาการได้ดีในระยะเวลาหนึ่ง จนเมื่ออาการเป็นมากแล้ว คนไข้จะมีอาการปวดมาก ตลอดการเคลื่อนไหว และเป็นอาการปวดเรื้อรัง แพทย์อาจจะต้องแนะนำใช้วิธีการเปลี่ยนข้อสะโพก ซึ่งถือเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุดวิธีหนึ่ง โดยวัสดุในการเปลี่ยนข้อสะโพกสำหรับวัยหนุ่มสาว
ปัจจุบันมีทางเลือกมากขึ้น ได้แก่ ประเภทของข้อสะโพกเทียมที่แบ่งเป็นใช้ซีเมนต์และไม่ใช้ซีเมนต์ ข้อสะโพกเทียมที่ใส่ซีเมนต์จะนิยมใช้กับผู้ป่วยที่มีอายุประมาณ 60-70 ปีขึ้นไป ส่วนข้อสะโพกแบบไม่ใส่ซีเมนต์ จะเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า เนื่องจากมีอายุการใช้งานนานกว่า ถนอมโพรงกระดูก เพื่อผ่าตัดแก้ไขในอนาคตได้ดีกว่า  อีกกรณีหนึ่ง คือเรื่องของข้อต่อ ยังมีหลายแบบ เช่น หัวโลหะเบ้าพลาสติก หัวเซรามิคเบ้าเซรามิค หากเป็นผู้สูงอายุจะแนะนำให้ใช้ข้อสะโพกที่เป็นหัวโลหะและเป็นเบ้าพลาสติก ซึ่งมีอายุการใช้งานนานเพียงพอและราคาประหยัดกว่า หากเป็นวัยหนุ่มสาว หากใช้ข้อสะโพกแบบเป็นพลาสติกอายุการใช้งานจะสั้นมากเพียง 10-15 ปีก็ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันจึงมีเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นข้อและเบ้าเซรามิคออกมา โดยมีจุดเด่นคือ แข็งแกร่งกว่า ทนทานต่อการใช้งานมากกว่า ไม่แตกง่าย และมีอายุการใช้งานประมาณ 20-30 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคน

การเตรียมตัวสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม 
นพ.วิโรจน์ กล่าวว่า แพทย์ผู้ผ่าตัดจะต้องได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติม ต้องมีความเข้าใจข้อสะโพกใหม่ที่ใส่เข้าไปอย่างดี โดยปกติแพทย์จะเป็นผู้อธิบายขั้นตอนทั้งหมดก่อนรับการผ่าตัดทั้งการดูแลก่อนการผ่าตัดและหลังการผ่าตัด ซึ่งผู้ป่วยจะต้องให้ความร่วมมือในเรื่องข้อห้ามที่แพทย์แจ้ง เช่น ข้อสะโพกเทียมจะมีขนาดเล็กลงกว่าข้อสะโพกปกติเสมอ การเล็กลงของหัวข้อสะโพกเทียมอาจะทำให้ข้อสะโพกหลุดง่าย เวลานั่งยองๆ เวลาพลิกแรงๆ ผิดท่า ดังนั้นหากแพทย์แนะนำว่าห้ามนั่งยองๆ ห้ามใช้สะโพกมาก เราต้องหลีกเลี่ยง ต้องระวังอย่างมากโดยเฉพาะช่วง 6สัปดาห์แรก  ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน จะใช้เวลาในการอยู่โรงพยาบาลรวมกายภาพประมาณ 5 วัน

          จะเห็นได้ว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมเป็นเทคโนโลยีใหม่ทางการแพทย์ ที่ใช้รักษาอาการของโรคกระดูกข้อสะโพกเสื่อมได้ผลดีที่สุดในปัจจุบันนั่นเอง หากมีข้อสงสัยก่อนทำการรักษาควรศึกษาข้อมูลโดยการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือแพทย์เฉพาะทาง เพื่อการได้รับคำแนะนำและการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง แม่นยำ และเกิดความสบายใจในการรักษา.

Continue reading

No comments

ศูนย์กระดูกและข้อ แจงโรคข้อเข่าเสื่อม ส่วนใหญ่มักพบในผู้สูงอายุ วัยทำงานก็ควรระวัง

โรคข้อเข่าเสื่อม ส่วนใหญ่มักพบในผู้สูงอายุ ยิ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาแล้วปล่อยทิ้งไว้เรื่อย ๆ เป็นระยะเวลานาน ๆ จะส่งผลให้ปวดหัวเข่า ข้อเข่าเสื่อม ข้อเข่าอักเสบ ข้อเข่าผิดรูป เดินได้ไม่ปกติ  ข้อฝืดหรือข้อติด รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันก็จะทำได้ไม่สะดวกมากนัก  ซึ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจได้ ศูนย์ฟื้นฟูข้อเสื่อม โรงพยาบาลเวชธานี  เป็นศูนย์กระดูกและข้อ ที่ให้บริการด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ จึงพร้อมให้บริการตรวจรักษาโรคที่เกิดจากภาวะข้อเสื่อม โรคข้อเข่า โรคข้อเข่าอักเสบ โรคปวดเข่า ได้แก่ การรักษาและผ่าตัดผู้ป่วยที่มีภาวะข้อเสื่อม โดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมในโรคข้อเข่าเสื่อม , ข้อสะโพกเสื่อม , หัวกระดูกสะโพกตาย  การผ่าตัดแก้ไขข้อเทียมที่สึกหรอ หมดสภาพให้ใช้งานใหม่ได้  การผ่าตัดเปลี่ยนข้อในผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุ  อาการบวม และมีเสียงดังในข้อ ฯลฯ ด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมาตรฐานสากล กับการรักษาที่ถูกกับระดับ ความรุนแรงของโรค คือ รักษาโดยไม่ต้องใช้ยา (ทำเวชศาสตร์ฟื้นฟู) รักษาโดยการใช้ยาและการรักษาโดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ด้วยการใช้เทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่า และการผ่าตัดผิวข้อเข่าเทียมด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย (Computer Assisted Surgery : CAS) เพื่อให้ผู้ป่วยที่เข้ามารักษาด้วยโรคปวดเข่า ข้อเข่าเสื่อม ข้ออักเสบข้อเข่าอักเสบ หายจากความเจ็บปวดและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำได้อย่างมีความสุข

- การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม -  คุณภาพการรักษา
ศูนย์ฟื้นฟูข้อเสื่อม โรงพยาบาลเวชธานี เป็นศูนย์กระดูกและข้อ ที่รักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข่าและสะโพก รักษาผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมมาแล้วกว่า 2,000 เข่า จากผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ใช้เทคโนโลยีการผ่าตัดแบบ Minimal Invasive และ Computer Assisted Surgery ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Clinical Care Program Certification : Knee Replacement Program (CCPC) จากสถาบัน JCI แห่งสหรัฐอเมริกา สำหรับอัตราการติดเชื้อหลังการผ่าตัดพบว่า ผู้ป่วย 99.9% ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อหลังการผ่าตัด


-  ใบรับรองคุณภาพการรักษา

JCI
The Joint Commission Internation (JCI) อยู่ในการกำกับดูแลของ The Joint Commission ซึ่งเป็นสถาบนของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยในการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยให้กับสถานพยาบาลต่างๆทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงสิทธิผู้ป่วย การให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคและอาการที่เป็น รวมถึงการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเพื่อให้กระบวนการดูแลรักษาเกิดผลลัพธ์ที่ให้ประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย ปัจจุบันมีโรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน JCI กว่า 300 แห่งจาก 39 ประเทศทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยมีโรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน JCI เพียง 11 แห่ง ซึ่งโรงพยาบาลเวชธานีเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองดังกล่าว 

CCPC
โรงพยาบาลเวชธานี ได้รับการการันตีคุณภาพการรักษารายโรค จากสถาบันรับรองมาตรฐานรายโรค “การเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม” The Joint Commission Internation (JCI) Certificate of Distinction CCPC Knee Replacement Program 2013-2016

CAOS
ศูนย์ฟื้นฟูข้อเข่าเทียม โรงพยาบาลเวชธานี เป็นศูนย์กระดูกและข้อ ที่คว้ารางวัล Best Paper Award 2014 ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ CAOS Thailand Research เรื่อง ประโยชน์ของการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมแบบแผลเล็กโดยใช้ Navigation

CAOS Thailand Research
Award 2014

“Best Paper Award”
For the paper

“Benefit of Minimally Invasive Navigation in TKA: Comparative cohort study of accuracy postoperative leg alignment and postoperative parameters between 3 different techniques, conventional, computer-assisted navigation and minimally invasive navigation technique”

Continue reading

No comments

Popular Posts

Recent Posts

Auto Backlinks

Text Widget

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ขับเคลื่อนโดย Blogger.